Thursday, 26 July 2012

การใช้ Tense


Uses of Tenses:   การใช้ tenses
Tense คือ   การใช้กริยาให้ถูกต้องตามกาลเวลา (ท่องให้ขึ้นใจ)

หลักการเบื้องต้น ต้องศึกษาก่อนใดหมดคือ
1.ต้องเรียนรู้เรื่องกริยา 3 ช่องให้ดี ภาษาอังกฤษเรียกว่า   Irregular Verbs เช่น eat /ate/ eaten

2.ต้องเรียนรู้เรื่อง Regular Verbs คือกริยาที่ต้องเติม –Ed ข้างท้าย เช่น work/worked/worked

3.ต้องเรียนรู้การทำกริยาให้เป็น -Ing ลงท้าย เช่น say เป็น saying หรือ lie เป็น lying 

4.ต้องเรียนรู้การทำกริยาที่ต้องตามหลังประธานเอกพจน์ว่าจะต้องเติม –S หรือ -Es
ทั้งสี่ข้อดังกล่าวข้างต้นมีผลต่อการเรียนรู้เรื่อง Tense เป็นอย่างยิ่ง

The present simple ใช้เมื่อ    ดู รูปแบบ  (ประธาน + กริยาช่องหนึ่ง) 
1.ใช้พูดกับสิ่งที่เป็นจริงหรือสิ่งถาวร เช่น Insects have six legs. แมลงมีหกขา
             What temperature does water boil at?  น้ำเดือดที่อุณหภูมิเท่าไร?
         2. ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสมอ เช่น She leaves for school at 8 o’clock. เธอไปโรงเรียนเวลาแปดโมง
             The sun rises in the morning. พระอาทิตย์ขึ้นตอนเข้า
             She is a difficult child. เธอเป็นเด็กที่สอนยาก

The present progressive ใช้เมื่อ     ดู รูปแบบ (ประธาน+verb to be+กริยาing)
1.      ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังกระทำ/เกิดขึ้น เช่น What are you reading? คุณกำลังอ่านอะไร?
       She is not listening to me.  เธอไม่ฟังฉัน
2.      ใช้พูดกับสิ่งที่ยังไม่จบสิ้น เช่น She is writing a novel.  เธอกำลังเขียนนิยายอยู่
3.      ประโยคที่มีคำว่า Always อยู่ เช่น He is always asking silly questions. เขาชอบถามคำถามโง่ๆเสมอ
4.      เมื่อกำลังจะเกิดเหตุการณ์ เช่น It is going to rain. ฝนจะตก 

The present perfect ใช้เมื่อ     ดู รูปแบบ (ประธาน+has/ have+กริยาช่องสาม)
1.      ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดและยังไม่จบ เช่น He still has not visited her. เขายังไม่มาเยี่ยมเธอเลย
         The train has been late three times this weeks. อาทิตย์นี้รถไฟมาไม่ตรงเวลาสามหนแล้ว
2.ใช้กับเหตุกาณ์ในอดีตที่ไม่เจาะจงเวลา เช่น We have bought a new computer.เราซื้อcom.ใหม่
         He has lost his computer. เครื่องcom.เขาหายไป
            3.ใช้กับเหตุการณ์ต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบันโดยมากในประโยคจะมี for และ since เช่น
                             I have worked here since 1988. ผมทำงานที่นี่มาตั้งแต่ปี 1988
                  She has not bought any new clothes for years. เธอไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่มานับปีแล้ว
                4.ในประโยคที่มีคำว่า just, ever, already, และ yet คำใดคำหนึ่ง เช่น
                        I have just arrived. ผมพึ่งมาถึง  Have you ever been there before? คุณเคยไปที่นั้นไหม?
               He has already packed his suitcase. เขาพึ่งเก็บกระเป๋าเสร็จแล้ว
                        Haven’t you finished yet? คุณเสร็จแล้วยัง?

      The present perfect progressive ใช้เมื่อ   รูปแบบ (ประธาน+has/ have + been+กริยาing)
            ใช้กับเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นการต่อเนื่อง/เน้นความรู้สึกเสมอ  เช่น
            I have been working since 8 o’ clock. ฉันทำงานมาตั้งแต่แปดโมงแล้ว/ตอนนี้ก็กำลังทำอยู่
                My hands are dirty because I have been gardening. มือผมสกปรกเพราะผมทำสวน/ตอนนี้ก็ทำอยู่

               
The past simple ใช้เมื่อ    รูปแบบ (ประธาน +กริยาช่องสอง)
1.      ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น He got up, paid the bill and left. เขาลุกขึ้นจ่ายเงินและจากไป
           Did you speak to Amy yesterday? เมื่อวานคุณได้พูดกับ Amy ไหม?
2.      ใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสมอๆในอดีตแต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เช่น I often play tennis with her last month.ฉันเล่นเทนนิสกับเธอเดือนที่แล้ว
          Did she really work there for ten years? เธอทำงานที่นั้นสิบปีจริงหรือ?

The past progressive ใช้เมื่อ    รูปแบบ (ประธาน+WASหรือWere+กริยาing)
1.      ใช้พูดถึงการกระทำที่เกิดขึ้นในเวลาเฉพาะในอดีตเช่น Was it raining when you left home?
     ฝนกำลังตกอยู่ไหมเมื่อคุณออกจากบ้านช่วงนั้น?
2.      ใช้กับเหตุการณ์ในอดีตสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น/เกิดก่อนและเกิดตามมา เช่น
The doorbell rang while they were having breakfast. กระดิ่งดังขึ้นขณะเขากำลังกินข้าว

                The past perfect ใช้เมื่อ    รูปแบบ (ประธาน+had+verbช่องสาม)
                ใช้กับเหตุการณ์สองเหตุการณ์ในอดีต  เหตุการณ์หนึ่งเกิดก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่ง เช่น
                When I got to the station, the train had left. เมื่อผมไปถึงสถานนี รถไฟก็ออกไปแล้ว

                The past perfect progressive ใช้เมื่อ    รูปแบบ (ประธาน+had+been+กริยาing)
                ใช้กับเหตุการณ์สองเหตุกาณ์ในอดีตเน้นความต่อเนื่องและความรู้สึกและจบสิ้นไปแล้ว  เช่น
                She had not been living there very long when she met Mark.  
                      เธอมิได้อยู่ที่นั้นนานนักเมื่อตอนเธอพบกับMark
            My hands were dirty because I had been gardening. มือผมเลอะเพราะผมกำลังทำงานอยู่(ตอนที่
                        พูดนี้ไม่ได้ทำแล้ว)

                The future simple ใช้เมื่อ    รูปแบบ (ประธาน+ will/shall+กริยาช่องหนึ่ง)
                1.เมื่อจะพูดถึงอนาคต เช่น Her mother will be ninety next week. คุณแม่เธอจะอายุครบ90ปีอาทิตย์หน้า
                2.เมื่อตัดสินใจที่จะทำแล้ว เช่น I will have the salad, please. ผมจะกินสลัด ครับ
                3.เมื่อขอร้องหรือให้คำมั่น เช่น We will be back early, do not worry. เราจะรีบกลับอย่ากังวลใจ

                The future progressive ใช้เมื่อ    รูปแบบ (ประธาน+will/shall+be+กริยาing)
                           เหตุการณ์จะเกิดดำเนินอยู่ชั่วขณะหนึ่งในอนาคต เช่น
                   How many nights you will be staying?
               คุณจะข้างอยู่กี่คืน (ตอนนี้ยังไม่ได้ข้างเลย)
                   Will you be flying back or going by train?
               คุณจะขึ้นเครื่องกลับหรือนั่งรถไฟกลับ (ตอนนี้ยังไม่ได้ทำเลย)

                The future perfect progressive ใช้เมื่อ   รูปแบบ (ประธาน+have/has+been+กริยาing)
            ช่วงระยะเวลาที่จะอยู่มาถึงในอนาคตกาล เช่น She will have been working here for a year in
            October. เดือนตุลาคมนี้เธอก็จะทำงานครบหนึ่งปีแล้ว
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Wednesday, 25 July 2012

การใช้ ้historic and historical

Historic ใช้ในความหมายว่าเหตุการนั้นๆสำคัญ อาจจะต้องจารึกไว้ในปรวัติศาสตร์ เช่น Today is the historic occasion for our country.

ส่วนคำว่า historical ใช้ในความหมายว่าเกี่ยวข้องกับประวิตศาสตร์/เกิดขึ้นจริงในประวิตศาสตร์ เช่น I have been doing historical research. Was Robin Hood a historical figure.
---------------------------------------------------------------------------------------------

การใช้ allow/let/permit

Let มักใช้ในการพูดสั่งการ คำที่ตามต้องเป็นกรรมหรือสรรพนามที่เป็นกรรม และตามด้วยคำกริยาที่ใช้แต่ไม่มี to นำหน้า ตัวอย่าง Let James sit here. Don't let me forget there is a cake in the oven. My father won't let me go out tonight.

Allow ใช้ในการเขียนเป็นส่วนมาก ส่วนคำ Permit มักใช้เป็นทางการ หรือการเขียนเชิงวิชาการตามด้วยกรรม/สรรพนามที่เป็นกรรม และมักจะใช้ในประโยค passive voice (verb to be +V.3) บวกด้วย to + V. ตัวอย่างเช่น I am not allowed to smoke in the house. Photography is not permitted in the gallery. Customers are permitted to use the car park. Some parents allow their children to do whatever they like.
--------------------------------------------------------------------------------

การใช้ each และการ every

Each ใช้กับนามเอกพจน์ และตามด้วยรูปกริยาของเอกพจน์ ตัวอย่าง Each student has been given her or his own e-mail address. ถ้าพูดรวมๆทั้งเขาและเธอจะใช้ their แทน เช่น Each student has been given their own e-mail address.

Each ตามหลังคำนามพหูพจน์/หรือสรรพนามพหูพจน์ กริยาต้องใช้ในรูปพหูพจน์ เช่น They each have their own e-mail address.

Every ใช้กับนามเอกพจน์ และรูปกริยาเอกพจน์ เช่น Every student in this class is capable of passing the exam.

Each of, each one of and every one of ต้องตามด้วย นาม/สรรพนามพหูพจน์ แต่กริยาต้องเป็นรูปแบบเอกพจน์ เช่น Each (one) of the houses is slightly different. I bought a dozen eggs and every one of them was bad.
-----------------------------------------------------------------------------------------